ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลไหลเวียนอย่างมหาศาล การใช้ Big Data ในการวิเคราะห์ตลาดสินค้าจีน ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักธุรกิจเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค รู้เทรนด์สินค้า และตัดสินใจนำเข้าสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจไทยที่ต้องการเจาะตลาดจีนผ่านแพลตฟอร์มอย่าง Taobao, Tmall และ 1688 ซึ่ง Shipify.co.th ให้บริการสั่งซื้อและนำเข้าฟรีค่าบริการ ไม่มีขั้นต่ำ และออกใบกำกับภาษีได้ เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจอย่างยั่งยืน
Big Data ไม่ใช่แค่ข้อมูลปริมาณมาก แต่เป็นการรวบรวม วิเคราะห์ และนำข้อมูลมาใช้เพื่อสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน ในตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดอีคอมเมิร์ซใหญ่ที่สุดในโลก การใช้ข้อมูลใหญ่ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจความต้องการผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้ง
Big Data หมายถึงชุดข้อมูลขนาดใหญ่ที่มาจากแหล่งต่างๆ เช่น การซื้อขายออนไลน์ พฤติกรรมการค้นหา และโซเชียลมีเดีย โดยมีลักษณะ 3V คือ Volume (ปริมาณมาก), Velocity (ความเร็วสูง) และ Variety (หลากหลายรูปแบบ) ในจีน บริษัทอย่าง Alibaba ใช้ Big Data เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้ใช้กว่า 423 ล้านคน เพื่อแนะนำสินค้าที่ตรงใจ.
ตลาดอีคอมเมิร์ซจีนมีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 โดยสินค้ายอดนิยม ได้แก่ เสื้อผ้า อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าอุปโภคบริโภค การวิเคราะห์ด้วย Big Data ช่วยคาดการณ์เทรนด์ เช่น การเติบโตของสินค้าเพื่อสุขภาพหลังโควิด-19. สำหรับธุรกิจไทย การนำเข้าสินค้าจีนผ่านบริการอย่าง Shipify.co.th สามารถเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มเหล่านี้ได้ง่าย
จีนมีแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำที่เก็บข้อมูลมหาศาล ซึ่งธุรกิจสามารถนำมาใช้วิเคราะห์ตลาดได้
Taobao และ Tmall จาก Alibaba Group ใช้ Big Data เพื่อ personalization เช่น แนะนำสินค้าตามประวัติการซื้อ ส่วน 1688 มุ่งเน้น B2B สำหรับโรงงานจีน โดย Shipify.co.th ร่วมกับ Bulkiee ช่วยคัดเลือกโรงงานคุณภาพจากแพลตฟอร์มเหล่านี้ ลดต้นทุนนำเข้า (ดูเครื่องมือคำนวณค่าส่ง: คำนวณราคาค่าส่ง)
WeChat และ Douyin (TikTok เวอร์ชันจีน) เป็นแหล่งข้อมูลพฤติกรรมผู้ใช้ โดยในปี 2025 คาดว่าจะผสาน AR/VR เพื่อสร้างประสบการณ์ช้อปปิ้ง การวิเคราะห์ข้อมูลจากแพลตฟอร์มเหล่านี้ช่วยธุรกิจไทยรู้เทรนด์ เช่น สินค้าไลฟ์สไตล์ที่กำลังฮิต.
เพื่อให้ธุรกิจไทยนำ Big Data มาใช้ ต้องมีขั้นตอนชัดเจน โดยผสานกับบริการนำเข้าอย่าง Shipify
หลายบริษัทประสบความสำเร็จจากการใช้ Big Data
Jack Ma ใช้ Big Data จากผู้ใช้ Alibaba เพื่อแนะนำสินค้า สร้าง User Experience ที่ดี ส่งผลให้ยอดขายพุ่ง โดยเก็บข้อมูลจาก 423 ล้านคน.
ในฉงชิ่ง Big Data ช่วยสร้างอุตสาหกรรมอัจฉริยะ ขณะที่กุ้ยโจวมีห้องแลป Big Data สำหรับภาครัฐ เพื่อยกระดับการบริหาร. สำหรับธุรกิจไทย สามารถนำ insights เหล่านี้มาวิเคราะห์ตลาดนำเข้าสินค้า
ธุรกิจไทยสามารถเลียนแบบโดยใช้ Big Data จากแพลตฟอร์มจีน ผสานกับบริการนำเข้าของ Shipify เพื่อลดความเสี่ยง เช่น คำนวณต้นทุนล่วงหน้า
แม้ Big Data จะมีประโยชน์ แต่มีอุปสรรค เช่น กฎหมายข้อมูลจีนที่รัฐบาลควบคุมข้อมูลจากบริษัทเทคยักษ์ใหญ่. แนวทางแก้: ใช้ศูนย์แลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเป่ยปู้ เพื่อเข้าถึงข้อมูลอย่างถูกกฎหมาย.
การใช้ Big Data ในการวิเคราะห์ตลาดสินค้าจีน เปิดโอกาสให้ธุรกิจไทยเข้าใจผู้บริโภค คาดการณ์เทรนด์ และนำเข้าสินค้าอย่างชาญฉลาด โดยผสานกับแพลตฟอร์มอย่าง Taobao และบริการจาก Shipify.co.th ที่ช่วยลดต้นทุนและจัดการเอกสาร ทำให้ธุรกิจเติบโตยั่งยืนในยุคดิจิทัล